ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซต์พริกไทยซีลอน ไร่ดาบบรรพต จำหน่ายพริกไทยสด พันธุ์ซีลอน และจำหน่ายกิ่งพันธุ์ พร้อมให้คำปรึกษา และสามารถเข้าชมสวนเพื่อศึกษาหาประสบการณ์ จากสถานที่จริง

แจ้งข่าว

ข่าวสารปักหมุด

สถานะ : เปิดจองตุ้มกิ่งตอนค่ะ

ประกาศเปิดจำหน่ายตุ้มกิ่งตอนพริกไทยพันธุ์ซีลอน

พริกไทยไร่ดาบบรรพต พริกไทยกิ่งละ 30 ไม่รวมค่าส่ง

พริกไทยไร่ดาบบรรพต ตอนนี้ทางไร่มีสินค้าจำหน่าย 2 แบบค่ะคือ

1) แบบต้นอยู่ในถุงเพาะชำเราขายเป็นชุดค่ะชุดนึงบรรจุ 1 กล่องมี 25 ต้นราคาชุดละ 1175 บาทค่ะ (ราคาต้นละ 35 บาท × 25 ต้น + ค่าส่งไม่เกิน 20 ก.ก สูงสุดใส่ได้ 25 ต้น ทีค่าส่งผ่านบริษัทเคอรี่เอ็กเพรสกล่องละ300บาท)แบบนี้ลูกค้าได้รับสามารถนำไปลงปลูกได้เลยค่ะ

2) แบบตุ้มกิ่งตอนราคาตุ้มละ30บาทไม่รวมค่าส่งทุก 50 กิ่ง มีค่าส่ง 200 บาท แบบนี้เมื่อลูกค้าได้รับจะต้องนำลงถุงเพาะชำอีกประมาณ 45 วัน ก่อนนำลงแปลงปลูกค่ะแบบตุ้มกิ่งตอนรบกวนสั่งขั้นต่ำ 10 ตุ้ม ขึ้นไปนะคะค่าส่ง 10 ตุ้ม 100 บาทค่ะ สนใจแบบไหนแจ้งมาได้ค่ะ

พริกไทยไร่ดาบบรรพต ส่วนมะนาว กิ่งละ 35 ไม่รวมค่าส่งทุก 10 กิ่งมี ค่าจัดส่ง135บาท

เปิดจำหน่ายกิ่งมะนาวพันธุ์ตาฮิติ

ประกาศจำหน่ายกิ่งตอนมะนาวพันธุ์ตาฮิติลูกใหญ่น้ำเยอะ
น้ำหอมไร้เมล็ดลูกดกทนโรคดีมากกิ่งกระโดงอวบใหญ่รากสวย
จำหน่ายกิ่งละ 35 บาท ไม่รวมค่าส่งทุก 10 กิ่งมี ค่าจัดส่ง135บาท
โทรสอบถามเบอร์นี้ค่ะ 0873152389 ดาบบรรพต 0866862584 คุณต้อย

บทความที่ได้รับความนิยม

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2557

ดินขุยไผ่...แก้ราก-โคนเน่า บทความจาก ไทยรัฐ


เกิดเป็นคนไทยรู้จักการทำเกษตร ได้ยินเรื่อง “ดินขุยไผ่” ใครๆเขาบอกว่าดีมานานนม...แต่ที่เขาว่ากันต่อๆมานั้น เป็นเรื่องจริงแค่ไหน ดีอย่างไร มีอะไรมาพิสูจน์ยืนยันหรือเปล่า

วันนี้เราจะขอพาเพลิน มารู้จักดินขุยไผ่ในแบบวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ไปหลงเชื่อตามคำบอกเล่า แล้วเอาไปใช้กันผิดๆ ต้องมานั่งสมน้ำหน้าตัวเองที่ต้องควักเงินซื้อของแพงโดยไม่จำเป็น

และคนที่รู้ดีเรื่องนี้หนีไม่พ้น อภิชาต จงสกุล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน อธิบายว่า จากการตรวจวิเคราะห์ดินขุยไผ่แล้ว พบข้อดีมี 2 ประการ

ประการแรก ดินใต้โคนกอไผ่ มีใบไผ่ร่วงหล่นทุกวัน ทับถมเป็นเวลานานเกิดการผุพังเน่าเปื่อย จึงมีการสะสมอินทรียวัตถุ เป็นอาหารให้จุลินทรีย์ในดินได้กัดกินและถ่ายมูลออกมาเป็นปุ๋ย เป็นธาตุอาหารบำรุงพืช

มันเลยทำให้ดินรอบๆโคนไผ่ ที่เรียกกันว่า ดินขุยไผ่ มีธาตุอาหารมากกว่าดินทั่วไป

ข้อดีประการที่ 2 คนทั่วไปไม่ค่อยรู้...ดินขุยไผ่มีเชื้อรา “ไตรโคเดอร์มา” เป็นเชื้อราที่มีคุณสมบัติพิเศษช่วยยับยั้งการเกิดของเชื้อราที่เป็นสาเหตุโรครากเน่า โคนเน่าได้ดี

“สารเร่ง พด.3 ของกรมพัฒนาที่ดิน ที่นำมาแจกจ่ายให้เกษตรกรใช้ นี่ก็ได้มาจากดินขุยไผ่นี่แหละ เพียงแต่เอามาเพาะเลี้ยงให้เชื้อขยายเพิ่มปริมาณมากขึ้น เพื่อให้มีจำนวนมากพอที่จะนำไปแจกจ่ายให้ชาวสวนผลไม้ โดยเฉพาะชาวสวนทุเรียน”

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดินบอกว่า ประโยชน์ตรงนี้ ไม่ได้มีไว้ใช้ป้องกันโรคราก-โคนเน่าในทุกทุเรียนอย่างเดียว พืชอื่นๆก็ใช้ได้...เอาดินขุยไผ่มารองกันหลุม หรือใส่ถุงเพาะเมล็ด เพื่อป้องกันโรคราก-โคนเน่าได้หมด

ตรงนี้แหละเป็นคำเฉลยว่า ทำไม “ดินขุยไผ่” เอาไปปลูกต้นไม้อะไรก็งอกงาม ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดี ไม่ยืนต้นตาย เพราะเอาเมล็ดพันธุ์ ต้นกล้า กิ่งชำ ฝังปักลงไป รากโคนไม่เน่า ต้นไม้ย่อมงอกงามได้ดี

รู้อย่างนี้แล้ว พื้นที่ไหนหาสารเร่ง พด.3 มาใช้กันไม่ได้ ถือกระสอบ หิ้วจอบเสียมมุ่งตรงไปยังกอไผ่ ขุดตักดินมาทำดินรองก้นหลุม ผสมกับปุ๋ยหมัก ไว้ใช้เพาะเมล็ดพันธุ์ หรือเอาไปใส่โคนต้นไม้ในสวน ในนาข้าว

สามารถป้องกันโรครากเน่า โคนเน่า ได้แบบไม่ต้องไปควักเงินซื้อยาให้เปลืองสตุ้งสตังค์.

ชมชื่น ชูช่อ
โดย ชมชื่น ชูช่อ 29 ก.ย. 2557 05:01

ข้อมูลอ้างอิง http://www.thairath.co.th/content/453255

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

ปัญหาโรคที่เกี่ยวกับระบบรากของพริกไทยที่มักเกิดขึ้นในช่วงหน้าฝน

วันนี้ขอนำปัญหาโรคที่เกี่ยวกับระบบรากของพริกไทยที่มักเกิดขึ้นในช่วงหน้าฝนมาฝากเพื่อนๆเกษตรผู้ปลูกพริกไทยค่ะ เป็นคำแนะนำที่ไร่ดาบบรรพตได้อ่านมาจากบทความของกรมวิชาการเกษตรจึงขอนำมาบอกเล่าสู่กันฟังในช่วงนี้ค่ะ***โรคพริกไทยและการป้องกันกำจัด****

////โรครากเน่าของพริกไทย////
สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา Phytophthora palmivora
ลักษณะอาการ ในระยะแรก เถาจะเหี่ยว ใบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและร่วง ใบจะร่วงหมดต้นภายใน 7-14 วัน หลังจากที่สังเกตเห็นอาการเหี่ยว อาการที่แสดงออกทางใบขึ้นอยู่กับรากที่ถูกทำลายในระยะต่อไป ปราง (กิ่งแขนง) ก็เริ่มหลุดลงมาเป็นข้อ ๆ ตั้งแต่ยอดถึงโคนต้น สังเกตเห็นว่าขั้วจะเหลืองและเปลี่ยนเป็นสีดำ และร่วงในที่สุดในระยะนี้ ถ้าคุ้ยดินโคนต้นออกดู จะเห็นต้นตรงระดับดินเริ่มเน่าดำรากและแฉะมีกลิ่นเหม็นช่วงเวลาระบาด ฤดูฝน
การป้องกันกำจัด
1. พื้นที่ปลูกควรมีทางระบายน้ำ เพื่อไม่ให้มีน้ำขังในฤดูฝน
2. หลีกเลี่ยงการเดินผ่านเข้าสวน เพราะทั้งคนและสัตว์อาจเป็นพาหะทำให้โรคแพร่ระบาดได้เร็วขึ้น
3. ทำความสะอาดรองเท้าและเครื่องมือทุกชนิดที่ใช้ในสวนพริกไทย ทั้งก่อนและหลังเข้าไปปฏิบัติงานในสวน
4. นำเถาพริกไทยที่เป็นโรคไปเผาทำลาย และตากหลักหรือค้างให้แห้ง
5. ทำรั้วชั่วคราว รอบบริเวณที่เป็นโรค ป้องกันการระบาดของเชื้อโรคโดยพาหะ
6. ถ้ามีการระบาดรุนแรง พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดฟอสอีทิล อลูมิเนียม (80 % ดับเบิลยู พี)หรือฟอสฟอริค-แอซิค (40% แอล) ข้อควรระวัง หยุดใช้สารก่อนการเก็บเกี่ยว 14 วัน การใช้คือละลายน้ำฉีดพ่นให้ทั่วต้นและราดบริเวณหลุมปลูก
////โรครากขาว////
สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา Fomes lignosus.
ลักษณะอาการ ใบเหลืองและร่วงที่รากบางส่วนจะพบมีเส้นใยสีขาวปกคลุม ภายในรากจะเป็นสีเทา แต่จะไม่เป็นทุกราก
ช่วงเวลาระบาด ฤดูฝน
การป้องกันกำจัด
1. ถ้ารากถูกทำลายไม่มากนัก ให้ตัดส่วนที่เป็นโรคไปเผาทำลาย
2.ถ้าต้นไหนเป็นมาก ควรขุดต้นและรากไปเผาไฟทำลายให้หมด ไม่ให้โรคนี้ระบาดต่อไป
3.ถ้าระบาดรุนแรง ใช้สารป้องกันกำจัดตามคำแนะนำดังนี้

ควินโตซีน (24 % อีซี) 45-90 มิลลิลิตร ผสมน้ำราดหรือฉีดพ่นบริเวณหลุมปลูกและรอยแผล

////โรครากปม (Root knot)////
สาเหตุ เกิดจากไส้เดือนฝอยรากปม Meloidogyne incognita (Ketoic & White) Chit เข้าทำลาย
ลักษณะอาการ ไส้เดือนฝอยจะเข้าทำลายที่รากฝอยของต้นพริกไทย เกิดเป็นปมเห็นได้ชัดเจน นอกจากนี้ไส้เดือนฝอยยังเข้าทำลายผนังเซลล์ทำให้เกิดเป็นแผล และแผลที่เกิดขึ้นเป็นช่องทางให้เชื้อโรคอื่น ๆ เข้าร่วมทำลายรากพริกไทยได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะโรคโคนและรากเน่า ใบของต้นที่เป็นโรครากปมจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แต่ใบจะไม่ร่วง บางครั้งก็จะเหี่ยว เพราะระบบการทำลายของรากผิดปกติ ทำให้ต้นแคระแกรน ผลิต ดอกออกผลน้อย
ช่วงเวลาระบาด พบระบาดในหน้าฝนโดยแพร่ไปกับน้ำ
การป้องกันกำจัด
ใช้สารป้องกันกำจัดไส้เดือนฝอย
คาร์โบฟูราน (3% จี)
ฟีนามีฟอส(40%จี) คลุกดินก้นหลุมก่อนปลูกหรือ
รองก้นหลุมก่อนปลูก
โรยรอบทรงพุ่ม ช่วงระยะต้นฝน และปลายฤดูฝนหรือโรยให้ทั่วพื้นที่ในรัศมีทรงพุ่ม แล้วรดน้ำ

////โรคแอนแทรกโนส////
สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา
ลักษณะอาการ เชื้อเข้าทำลายใบของพริกไทย ทำให้เกิดเป็นจุดบุ๋มลงไปสีดำ หรือสีน้ำตาลดำ ผิวเป็นเงามัน บริเวณโดยรอบของจุดจะเป็นสีเหลือง เมื่อแผลได้ขยายใหญ่จะมีรูปร่างและขนาดไม่แน่นอน แต่โดยทั่วไปแผลจะมีลักษณะค่อนข้างกลม ตรงกลางแผลจะแห้งเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีน้ำตาลปนเทา ที่พื้นแผลนั้นจะเกิดเป็นวงสีน้ำตาลดำซ้อนกันอย่างเห็นได้ชัด มีลักษณะคล้ายวงปีของเนื้อไม้ มีตุ่มนูนเล็ก ๆ ขนาดเท่าหัวเข็มหมุด สีดำ เกิดขึ้นเรียงซ้อนกันอยู่เป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ ขนานไปกับขอบของแผลเป็นวงสีน้ำตาลดำ การเกิดโรคนี้บนใบอาจจะเกิดบนผืนใบ หรือจากปลายใบและขอบใบแล้วลุกลามเข้ามายังผืนใบ นอกจากนี้โรคนี้ยังเกิดกับก้านใบ และลำต้น โดยลักษณะอาการจะเกิดเป็นจุดสีดำบุ๋มลงไป และแห้ง ผิวเป็นเงามัน และอาจขยายการทำลาย เกิดเป็นแผลใหญ่ ถ้าหากโรคมีความรุนแรงมาก ก็จะทำให้เกิดชะงักการเจริญเติบโต หรือแห้งตายไปได้ แต่อย่างน้อยก็ทำให้ผลผลิตลดลง เพราะใบทำหน้าที่ปรุงอาหารถูกทำลายไป
ช่วงเวลาระบาด ฤดูฝน โดยระบาดไปกับน้ำฝน และแมลง ตลอดจนติดไปกับยอดพันธุ์พริกไทย
การป้องกันกำจัด
1.ตัดแต่งกิ่ง และเก็บส่วนที่เป็นโรคไปเผาทำลา
2.พ่นด้วยสานป้องกันกำจัดเชื้อรา ตามคำแนะนำ
การใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชของพริกไทยคือ
เบนโนมิล (50 % ดับเบิลยู พี)
แมนโคเซพ(80% ดับเบิลยู พี)
คาร์เบนดาซิม (50 % ดับเบิลยู วี เอฟ) ผสมน้ำฉีดพ่นให้ทั่ว
////โรคราเห็ดพริกไทย////
สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา
ลักษณะอาการ เส้นใยสีขาวเจริญอยู่บนผิวเปลือกของลำต้น กิ่ง และบริเวณใต้ใบ เมื่อมีอาการรุนแรง ทำให้ลำต้น กิ่ง และใบ แห้งร่วงและอาจทำให้พริกไทยตายได้
ช่วงเวลาระบาด เชื้อระบาดได้โดยติดไปกับเศษซากพืช ลม และน้ำ เชื้อราจะเจริญได้ดีในแปลงพริกไทยที่สภาพใบ (ค้าง) ที่ทึบ อากาศถ่ายเทไม่สะดวก พื้นที่มีน้ำท่วมขัง ดังนั้นในช่วงฤดูฝน เชื้อราจะแสดงอาการที่รุนแรง

การป้องกันกำจัด
1.แปลงปลูกพริกไทย ควรมีการระบายน้ำที่ดี ไม่ควรมีน้ำท่วมขัง
2.ตัดแต่งค้างพริกไทยให้โปร่ง เพื่อให้มีการระบายอากาศที่ดี โดยเฉพาะตัดส่วนที่เป็นโรคไปเผาทำลาย
3.พ่นสารป้องกันกำจัดเชื้อรา
คอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ (85 % ดับเบิลยู พี) 30-80 กรัม ผสมน้ำฉีดพ่นให้ทั่วทุก 7-10 วัน เมื่อโรคระบาด

วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2557

พัฒนาการเปลี่ยนดินเหนียวแน่นเป็นดินร่วนซุยเหมาะแก่การปลูกพริกไทย

จากเดิมแปลงพริกไทยที่เป็นดินเหนียวแน่นทึบเมื่อได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องจากการใส่ขี้วัวเก่าค้างปีทุก3เดือนราดด้วยน้ำหมักชีวภาพรวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์และการตัดหญ้าและทิ้งเศษหญ้าไว้ในแปลงการปลูกหญ้าแฝกระหว่างหลักปัจจุบันหน้าดินมีความร่วนซุยขึ้นมากสภาพหน้าดินมีรูพรุนร่วมถึงมีสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่ทำหน้าที่ชอนไชดินด้วยค่ะทำให้พริกไทยสามารถเจริญเติบโตได้ดีดังนั้นหัวใจสำคัญของการปลูกพริกไทยของไร่ดาบบรรพตนอกจากแหล่งน้ำที่เพียงพอแล้วคือการปรับปรุงสภาพดินอย่างต่อเนื่องเพื่อการเจริญเติบโตที่ดีของพริกไทยและผลผลิตได้รับอย่างยั่งยืนค่ะเคล็ดลับนี้เหมาะสำหรับเพื่อนเกษตรกรที่จะปรับแปลงนาซึ่งมีลักษณะเป็นดินเหนียวทำเป็นสวนพริกไทยและสำหรับเพื่อนเกษตรกรที่อยากทำสวนพริกไทยด้วยค่ะแต่ต้องบอกก่อนว่ามันต้องใช้เวลานะคะค่อยเป็นค่อยไปอาศัยความขยันและความตั้งใจเป็นหลักค่ะ










กิจกรรมเตรียมบำรุงต้นพริกไทยด้วยการปรับสภาพดิน

วันหยุดเสาร์นี้ไร่ดาบบรรพตก็มีกิจกรรมเตรียมบำรุงต้นพริกไทยด้วยการปรับสภาพดินรอบๆโคนอย่างต่อเนื่องค่ะวันนี้ดายหญ้ารอบโคนเป็นบริเวณกว้างเพื่อเตรียมโรยขี้วัวรอบๆหลักพร้อมกับให้ปุ๋ยเคมีเสริมค่ะ






วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557

เมื่อเริ่มมีฝนตกมาก็เลยมีภาพบรรยากาศสดชื่นสบายตามาฝากค่ะ

เมื่อเริ่มมีฝนตกมาก็เลยมีภาพบรรยากาศสถานที่ในไร่ดาบบรรพตที่ดูเขียวสดชื่นสบายตามาฝากค่ะ 
















ประมวลภาพพริกไทยออกช่อพราว

ช่วงนี้ก็พยายามเน้นปุ๋ยตัวหน้าคือเน้นไนโตรเจนมากหน่อยเพื่อผลิตยอดใบและความเขียวจะได้มีกิ่งพันธุ์ส่งให้เพื่อนเกษตรกรอย่างทั่วถึงแต่ปรากฏว่าแม่พริกไทยเธอไม่ยอมถึงเวลาที่เธอจะต้องออกช่อแล้วเธอเลยจัดเต็มออกช่อพราวเต็มไปหมดเลย







แจ้งการดำเนินการจัดทำกิ่งพันธุ์

สำหรับกิ่งพันธุ์ที่เพื่อนๆเกษตรกรได้สั่งจองกันเข้ามานั้นทางไร่ก็เร่งดำเนินการให้เต็มที่แล้วค่ะไหลยอดโผล่ตรงไหนตามไปทำตุ้มตรงนั้นเลยค่ะแต่ทั้งนี้หน้าฝนหนึ่งๆก็มีไหลยอดตามที่ธรรมชาติกำหนดให้เท่านั้นดังนั้นกิ่งพันธุ์จึงอาจมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของเพื่อนเกษตรกรหากท่านมีโครงการจะปลูกพริกไทยจึงขอให้ท่านวางแผนเรื่องจัดหากิ่งพันธุ์ให้เรียบร้อยก่อนนะค่ะเพราะมีหลายท่านขึ้นเสาไว้รอก่อนแล้วค่อยจัดหางพันธุ์ซึ่งสุดท้ายกิ่งพันธุ์ก็หมดหาไม่ได้แปลงที่เตรียมไว้หญ้าขึ้นรกร้างพอปีต่อไปกลับมาทำท้อเรื่องกำจัดหญ้าที่ขึ้นรกอีกทั้งดินที่เคยไถพรวนไว้ก็เริ่มแน่นนี่คือปัญหาเลยค่ะ








พริกไทยไร่ดาบบรรพตอายุ 1 ปี 9 เดือนแล้วค่ะ

พริกไทยไร่ดาบบรรพตอายุ1ปี9เดือนแล้วค่ะ เป็นพริกไทยที่ปลูกในที่ลุ่มยกร่องแบบแปลงผักปลูกบนสภาพดินทีมีหน้าดินเหนียวแน่นทึบมีอินทรีย์วัตถุน้อยสภาพอากาศร้อนแล้งฝนค่อนข้างทิ้งช่วงบ่อยทางแก้ไขคือใช้ระบบน้ำแบบสปริงเกอร์ช่วย(มีน้ำอย่างเพียงพอ)ใช้หญ้าแฝกปลูกปรับสภาพดินระหว่างหลักรวมถึงใส่ขี้วัวเก่าค้างปีทุกๆ3เดือนและตัดหญ้าทิ้งเศษหญ้าไว้ในแปลงในช่วงหน้าร้อนอุณหภูมิ40กว่าองศาต้องใช้แสลนพรางแสงช่วยจนกว่าจะมีฝนตกต่อเนื่องค่ะการเจริญเติบโตตามที่เห็นดังภาพเลยค่ะปัจจุบันให้ผลผลิตและจำหน่ายกิ่งพันธุ์ได้บ้างแล้วค่ะดังนั้นหากหลายๆท่านสงสัยว่าที่ตรงโน่นตรงนี้จะปลูกได้หรือไม่นั้นขอตอบว่าขอให้มีแหล่งน้ำที่เพียงพอเท่านั้นทุกอย่างย่อมสามารถปรับปรุงขึ้นมาภายหลังได้ค่ะขอเพียงอย่าท้อเท่านั้นเองค่ะ